วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Solar Flare กับโลก

Solar Flare กับโลก

http://ainews1.com/article430.html

Bookmark and Share

ทุกๆรอบ 11 ปี จะเกิดการปะทุครั้งใหญ่ทุกๆรอบ บนผิวดวงอาทิตย์ ในรอบต่อไปจะเกิดขึ้น ประมาณต้นปี 2011 นี้

ลองเข้ามาดูผิวพระอาทิตย์ใกล้ๆ ที่กำลังเกิดการระเบิด และปะทุ Solar Flare ออกมา ซึ่งในภาพรูปะทุมีขนาดใหญ่กว่าโลก หากการปะทุเกิดตรงกับตำแหน่งของโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ในภาวะปัจจุบันที่โลกสูญเสีย ชั้นแม่เหล็กป้องกันตัว ในชั้นอวกาศ อันสืบเนื่องมาจากความผิดปรกติของแกนพลังงานโลกมา 10 ปี เป็นผลจากน้ำมือมนุษย์...

ที่สร้างสาร CFC จำนวนมาก ในยุคอุตสาหกรรม ที่เริ่มเติบโตมาตลอด 200 ปี โดยมนุษย์ไม่รู้วิธีกำจัดสาร CFC ที่ลอยเข้าไปอุดตันแกนพลังงานของโลก ซึ่งปิดกั้นการเดินทางของเส้นแรงแม่เหล็ก ที่โลกรับมาจากดวงอาทิตย์ และจักรวาลอยู่ตลอดเวลา เครือข่ายเส้นพลังงานแม่เหล็กจะทำหน้าที่ยึดโยงดวงดาวต่างๆ ให้หมุนอยู่อย่างเป็นระบบ ในแต่ละกาแลกซี่ และระหว่างดวงดาวในกาแลกซี่ต่างๆ

ด้วยสาเหตุดังกล่าว จึงค่อนข้างก่ออันตรายสำหรับโลก หากปะไม่เหมาะเคราะห์ร้าย จากการประพฤติของพลโลกส่วนใหญ่ ที่ห่างไกลศีลธรรมมาเนิ่นนาน ในอุดมการณ์ทุนนิยมเสรีแพร่เชื้อโรคร้าย ที่นำมาใช้มากกว่า 200 ปี ทำให้มนุษย์เบียดเบียนธรรมชาติ และตั้งหน้ากอบโกยเพื่อตนเองและพวกพ้องเกินเหตุแห่งการมาเกิดบนโลกนี้

ซึ่งใช้ทรัพยากรของโลกสิ้นเปลือง เกินความจำเป็นในการดำรงค์ชีวิต ในช่วงสั้นๆของปวงมนุษย์ เมื่อมองจากผู้ที่มีอายุยืนเป็นหมื่นๆปีแล้ว ผลที่สุดทรัพย์สมบัติที่มนุษย์ที่เต็มไปด้วยความโลภหามา กอบโกยมา ก็ถูกทิ้งเอาไว้บนโลกหาได้นำติดตัวไปปรโลกไม่ ทำให้สิ่งแวดล้อมโลกขาดความสมดุล

ธรรมชาติเมื่อถึงจุดที่จะต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ให้ระบบสุริยจักรวาล และกาแลกซี่ต่างๆสัมพันธ์กันตามปรกติ สิ่งที่มนุษย์ไม่คาดหมาย จึงอุบัติขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ ค.ศ. 2010-2017 ซึ่ง จะเป็นช่วงวิกฤตภัยธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องรุนแรงขึ้นโดยลำดับ ให้มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สัมผัส และผจญความทุกข์ยาก

ดังนั้นในทุกรอบ 11 ปี ที่จะเกิดการปะทุครั้งใหญ่บนผิวของดวงอาทิตย์ โลกซึ่งอยู่ไม่ไกลจากดวงอาทิตย์และมีขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับขนาดของดวงอาทิตย์ จึงมีโอกาสได้รับผลกระทบ จาก CME ที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ที่รุนแรงในวาระครบรอบ 11 ปีคราวนี้อย่างชนิดมนุษย์โลกคาดไม่ถึงทีเดียว

และในปัจจุบัน แนวป้องกันตัวเองของโลกในชั้น Magnetosphere แทบไม่เหลือหรออีกด้วย ผลกระทบบนผิวโลกย่อมรุนแรงกว่าปรกติ นอกจากเมฆอีเล็คตรอน ที่จะส่งสายฟ้าฝ่าลงมาบนโลก ในขณะที่ไม่มีฝนตกเวลากลางวันแต่อย่างใด ผิวโลกก็จะเกิดเพลิงไหม้ เป็นบริเวณกว้างใหญ่เป็นทวีปทีเดียว และยังแพร่รังสีคอสมิคส์ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอีกด้วย

ประการสุดท้าย สถานะของโลกที่ลอยอยู่ในอวกาศ มีเพียงแรงดึงดูดระหว่างดาวต่างๆเท่านั้น ไม่มีเกราะแม่เหล็กป้องกันตัว กลับมีเชื้อเพลิง พลังงานแม่เหล็กที่หนักและ ร้อน ห่อหุ้มเปลือกโลกอยู่หนาร่วม 3 เมตร ย่อมเป็นเชื้อเพลิงต่อยอดให้แก่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของพายุสุริยะอย่างดี เยี่ยม ที่จะสร้างความแปรปรวนในชั้นบรรยากาศของโลก ในการกระตุ้นการเกิดแผ่นดินไหว ในการสร้างเม็กกะสึนามิไปทั่วท้องทะเล ในการกระตุ้นให้เกิดภูเขาไฟระเบิดทั้งบนบกและใต้ทะเล อาจตรงตามคำพยากรณ์ของนางมณีเมขลา 9 May ก็ได้

และประการสุดท้าย อุ้มโลกให้หมุนเปลี่ยนตำแหน่งแกนพลังงานใหม่ ได้ เช่นเดียวกัน หากท่านพิจารณารูปการเกิด โซล่าห์แฟร์ที่ผิวดวงอาทิตย์ที่แนบมา ก็พออนุมาณได้ เพียงแต่ขออย่าให้การระเบิดลูกใหญ่พุ่งตรงมายังโลกโดยตรงเท่านั้น การเกิด CME ครั้งใหญ่ในรอบทุกๆ 11 ปีครั้งนี้ ก็จะกระทบสิ่งแวดล้อมบนโลกในนาๆประการที่ไม่ได้นำมาพูดถึงทั้งหมด อย่างเช่นที่ประเทศสหรัฐฯโดนมาแล้ว ทั้งไฟฟ้าดับ เพลิงไหม้ป่าบริเวณกว้าง การคมนาคม ทางดาวเทียมต่างๆหยุดชงักเป็นเวลานาน เนื่องจากผู้ควบคุมระบบดาวเทียมสื่อสารต้องปิดการใช้งานชั่วคราว

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี นอกเหนือจากส่วนขยายธุรกิจ ที่ลิงค์ /article385.html Bookmark and Share